Home
NGOsร่อนแถลงการณ์ถึง กทม.ติงการจัดการปัญหาคนเร่ร่อน
Sat, 2010-01-30 06:18
29 มกราคม 2553 ศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการค้ามนุษย์ มูลนิธิกระจกเงา ได้ออกแถลงการณ์ในกรณีการแก้ไขปัญหาคนเร่ร่อนถึงนายธีระชน มโนมัยพิบูลย์ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) ติงให้รู้จักแยกแยะปัญหาไม่ทำงานเหมารวม รับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน ไม่สร้างภาพเกินจริง ทำงานเป็นขั้นตอนชัดเจน เคารพสิทธิมนุษยชนและรณรงค์ให้คนในสังคมยุติการให้การสนับสนุนขอทาน
แถลงการณ์
แสดงความห่วงใยกรณีการดำเนินการกับกลุ่มคนขอทานในพื้นที่กรุงเทพมหานคร
ตามที่กรุงเทพมหานครได้มีแนวคิดในการจัดการปัญหาคนขอทานในพื้นที่กรุงเทพมหานคร โดยเมื่อวันที่ 28 มกราคมที่ผ่านมา นายธีระชน มโนมัยพิบูลย์ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) ได้เรียกหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องเข้าหารือถึงแนวทางการจัดการปัญหาคนขอทานในพื้นที่กรุงเทพมหานครนั้น ศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการค้ามนุษย์ มูลนิธิกระจกเงา ในฐานะหน่วยงานที่ทำงานต่อต้านการค้ามนุษย์ และติดตามปัญหาการนำเด็กมาเป็นเครื่องมือในการขอทาน ขอแสดงความห่วงใยต่อกรณีการดำเนินการกับกลุ่มคนขอทานในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ดังนี้
ขอให้กรุงเทพมหานคร รับฟังความคิดเห็นของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ถึงปัญหาและอุปสรรคที่อาจจะเกิดขึ้นในการปฏิบัติงาน เนื่องจากการประชุมหารือที่กรุงเทพมหานครจัดขึ้น เป็นลักษณะเหมือนรายงานสถานการณ์ให้ที่ประชุมรับทราบ และยังแสดงท่าที ปิดกั้นการนำเสนอข้อคิดเห็นของผู้เข้าร่วมประชุม
ขอให้กรุงเทพมหานคร ได้เรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหารือเพื่อกำหนดแนวทางการดำเนินการที่ชัดเจน ถึงรายละเอียดในวิธีปฏิบัติ และบทบาทของแต่ละหน่วยงาน มิใช่ การแถลงเพียงหลักการ เพราะการดำเนินการจริง มีปัญหาและอุปสรรค ตลอดจนข้อขัดข้องหลายประการ ที่จำเป็นต้องหารือถึงความเหมาะสมและเป็นไปได้ในการดำเนินการ
กรุงเทพมหานคร จำเป็นต้องสร้างความตระหนักรู้ แก่เจ้าหน้าที่ในสังกัด ถึงแนวทางและนิยามในการดำเนินการของกลุ่มเป้าหมายระหว่าง “คนขอทาน” และ “คนไร้บ้าน” เพราะทั้งสองกลุ่มมีสภาพปัญหาและแนวทางการแก้ไขปัญหาที่แตกต่างกัน ต้องไม่เหมารวมเป็นกลุ่มเดียวกันเหมือนในอดีตที่ผ่านมา ซึ่งมักจะนิยามความหมายว่า “คนเร่ร่อนขอทาน”
กรุงเทพมหานครจำเป็นต้องบูรณาการ การทำงานร่วมกับจังหวัดปริมณฑล เรื่องจากสภาพปัญหามีความเชื่อมโยงในพื้นที่ซึ่งต่อเนื่องกัน และหากกรุงเทพมหานครดำเนินการโดยลำพังเพียงจังหวัดเดียว อาจจะเป็นการผลักปัญหาไปยังอีกพื้นที่หนึ่งเท่านั้น มิใช่การแก้ไขปัญหาที่ยั่งยืน
การแถลงข่าวหรือการให้ข้อมูลต่อสาธารณะของกรุงเทพมหานคร ควรอยู่บนพื้นฐานของข้อเท็จจริง มิใช่มุ่งสร้างกระแสหรือความหวือหวา เช่น กรณีการนำคนมาตัดอวัยวะเพื่อขอทาน ซึ่งข้อเท็จจริง ณ ปัจจุบัน ยังไม่มีรายงานการกระทำดังกล่าว ทั้งนี้ การให้ข้อมูลดังกล่าว จะเป็นการสร้างตื่นตระหนกแก่สังคม
การดำเนินการกับกลุ่มคนขอทาน จำเป็นต้องมีแนวทางและขั้นตอนการปฏิบัติงานในการคัดแยกผู้เสียหายจากการ ถูกค้ามนุษย์ หรือกลุ่มเสี่ยงที่จะถูกค้ามนุษย์ กับกลุ่มคนขอทานที่เกิดจากความสมัครใจ มิใช่การกวาดจับแบบเหมาโดยวิธีการแบบเดียวกัน ทั้งนี้ การดำเนินการกับกลุ่มขอทานทุกประเภทจำเป็นต้องคำนึงถึงหลักสิทธิมนุษยชน และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์
กรุงเทพมหานคร ต้องรณรงค์ให้เกิดมาตรการทางสังคมที่เป็นรูปธรรม ในการสร้างความตระหนักรู้แก่สังคม และขอความร่วมมือจากประชาชนในการแจ้งเบาะแสอันเป็นประโยชน์ ตลอดจนการรณรงค์ให้คนในสังคมยุติการสนับสนุนกลุ่มขอทาน
ประกาศ ณ วันที่ 29 มกราคม 2553
ศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการค้ามนุษย์
มูลนิธิกระจกเงา
http://www.prachatai.com/journal/2010/01/27531
วันศุกร์ที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2553
“มหกรรมสืบสานนิเวศวัฒนธรรมสองฝั่งของ ไทย-ลาว” ครั้งที่ ๒ พ.ศ. ๒๕๕๓
“มหกรรมสืบสานนิเวศวัฒนธรรมสองฝั่งของ ไทย-ลาว” ครั้งที่ ๒ พ.ศ. ๒๕๕๓
สืบเนื่องจากเครือข่ายอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและวัฒนธรรมลุ่มน้ำโขง-ล้านนา ได้ร่วมกับองค์กรส่วนท้องถิ่น ส่วนราชการในท้องถิ่น และองค์กรเอกชนหลายสิบองค์กรในการร่วมกันจัดงานมหกรรมแม่น้ำโขง ครั้งที่ ๒ โดยในครั้งแรกได้รับการเสนองบประมาณสนับสนุนจากกระทรวงวัฒนธรรม ทว่าด้วยเหตุผลความไม่พร้อมในงบประมาณของผู้สนับสนุน
ทำให้งานต้องเลื่อนออกไปโดยกำหนดเลื่อนจาก ๙-๑๐ มกราคม ๒๕๕๓ เป็น ๑๓-๑๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๓ และเลื่อนวันแถลงข่าวจาก ๑๖-๑๗ ธันวาคม ๒๕๕๒ เป็น ๑๖-๑๗ มกราคม ๒๕๕๓ ทว่าอย่างไรก็ตาม เมื่อผ่านเลยมาจนสิ้นปีแล้วล่วงสู่ปีใหม่ คำตอบในการสนับสนุนที่เป็นรูปธรรมยังไม่เกิดขึ้น ซึ่งเครือข่ายฯ ยากที่จะวางแผนการทำงานภายในท้องถิ่นหรือระดมทุนจากแหล่งอื่นๆ ได้ทันการณ์ ทำให้มีการเข้าพบเจ้ากระทรวงฯ และข้าราชการประจำในส่วนกลางที่รับผิดชอบต่อโครงการนี้ ในวันที่ ๘ มกราคม ๒๕๕๓ และข้าราชการส่วนกลางที่รับผิดชอบนโยบายจากกระทรวงฯ ลงพื้นที่แม่น้ำโขง ณ เชียงของ ในวันที่ ๑๐ มกราคม ๒๕๕๓ ผลการพูดคุยทำให้เห็นว่ามีข้อจำกัดของข้าราชการการเมืองและข้าราชการประจำในส่วนกลางซึ่งทำให้หลักการใหญ่ของโครงการฯ หายไป แปรรูปงานเหลือเพียงการสืบชะตาแม่น้ำโขง และด้วยข้อจำกัดของงบประมาณ ทำให้ทางเครือข่ายฯ ขอพักการทำงานร่วมกับข้าราชการการเมืองและข้าราชการส่วนกลางของกระทรวงฯ ซึ่งลงพื้นที่ และเห็นควรระดมทุนจัดงานกันเองได้ หากมีเพียงพิธีกรรมสืบชะตาแม่น้ำโขง ซึ่งเครือข่ายฯ ได้ดำเนินงานเป็นปกติอยู่แล้ว
อย่างไรก็ดี เจ้ากระทรวงฯ ได้นำโครงการฯ ที่เครือข่ายเสนอผ่านกระทรวงวัฒนธรรม เข้าที่ประชุมครม. ในวันที่ ๑๙ มกราคม ๒๕๕๓ เพื่อขอความเห็นชอบหลักการส่งเสริมโครงการสืบชะตาแม่น้ำโขงเป็นนโยบายระดับชาติ และมอบหมายให้หน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมดำเนินการด้วย ได้แก่ กระทรวงการต่างประเทศ (กต.) กระทรวงมหาดไทย (มท.) กระทรวงคมนาคม (คค.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) และกรมประชาสัมพันธ์ และได้มีการเรียกประชุมข้าราชการส่วนกลางและส่วนท้องถิ่นริมฝั่งโขงของกระทรวงวัฒนธรรม ในวันที่ ๒๑ มกราคม ๒๕๕๓ เพื่อขับเคลื่อนโครงการฯ ที่ดูเหมือนถูกแปลงสารให้เหลือเพียงพิธีกรรมสืบชะตาแม่น้ำโขงใน ๖ จังหวัดชายฝั่งโขง
อย่างไรก็ตาม ส่วนราชการกระทรวงวัฒนธรรมจังหวัดเชียงรายได้ลงพื้นที่ปรึกษากับเครือข่ายอีกครั้งในวันที่ ๒๕ มกราคม ๒๕๕๓ โดยยอมรับหลักการและแผนกิจกรรมของโครงการสืบสานมหกรรมนิเวศวัฒนธรรมสองฝั่งของ ไทย-ลาว ให้เครือข่ายฯ ซึ่งเป็นองค์กรประชาชนที่คิดโครงการอย่างมีส่วนร่วมและพัฒนาโครงการร่วมกันมาในท้องถิ่นสองฝั่งโขงมาสองปีแล้วนำส่งกระทรวงวัฒนธรรม ซึ่งมีการประชุมส่วนราชการในระดับจังหวัดร่วมกับเครือข่ายอีกครั้งในวันที่ ๒๙ มกราคม ๒๕๕๓ โดยได้ข้อสรุปให้ส่วนราชการส่วนกลางและจังหวัดเป็นเพียงองค์กรสนับสนุน ทว่าองค์กรที่จัดงานและขับเคลื่อนโครงการนี้คือ เครือข่ายอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและวัฒนธรรมลุ่มน้ำโขง-ล้านนา ร่วมกับองค์กรส่วนท้องถิ่น ส่วนราชการในท้องถิ่น และองค์กรเอกชนหลายสิบองค์กรตามหลักการและแผนงานโครงการที่นำเสนอไป โดยส่วนราชการระดับจังหวัดและส่วนกลางของกระทรวงวัฒนธรรมจะประชุมร่วมกันอีกครั้งในวันที่ ๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๓
ด้วยเหตุนี้จึงขอเลื่อนการจัดการแถลงข่าวและงานมหกรรมฯ ซึ่งกำหนดไว้ในวันที่ ๑๓ -๑๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๓ ออกไปอีกครั้ง และวันเวลาที่จะเริ่มและดำเนินงานโครงการฯ อย่างชัดเจนจะแถลงอีกครั้งหลัง วันที่ ๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๓ ซึ่งโดยเบื้องต้นกำหนดการไว้ในวันที่ ๙-๑๐ พฤษภาคม ๒๕๕๓
อย่างไรก็ตาม เพื่อให้โอกาสข้าราชการการเมืองและข้าราชการประจำส่วนกลางได้แสดงความชัดเจนที่เป็นรูปธรรมอีกครั้ง ซึ่งในท้ายที่สุดความชัดเจนจะเกิดมีขึ้นหรือไม่ เครือข่ายฯ จะดำเนินการผลักดันโครงการฯ ร่วมกับองค์กรส่วนท้องถิ่น ส่วนราชการในท้องถิ่น และองค์กรเอกชนหลายสิบองค์กรตามกำลังที่มีต่อไป เพราะชะตากรรมของแม่น้ำโขงเป็นชะตากรรมเดียวกันกับคนในชุมชนท้องถิ่นสองฟากฝั่งแม่น้ำโขง
เคารพในธรรมชาติและศรัทธาในความเท่าเทียมกันของมนุษย์
เครือข่ายอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและวัฒนธรรมลุ่มน้ำโขง-ล้านนา
๒๙ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๓
http://www.facebook.com/topic.php?uid=169203379351&topic=11553
สืบเนื่องจากเครือข่ายอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและวัฒนธรรมลุ่มน้ำโขง-ล้านนา ได้ร่วมกับองค์กรส่วนท้องถิ่น ส่วนราชการในท้องถิ่น และองค์กรเอกชนหลายสิบองค์กรในการร่วมกันจัดงานมหกรรมแม่น้ำโขง ครั้งที่ ๒ โดยในครั้งแรกได้รับการเสนองบประมาณสนับสนุนจากกระทรวงวัฒนธรรม ทว่าด้วยเหตุผลความไม่พร้อมในงบประมาณของผู้สนับสนุน
ทำให้งานต้องเลื่อนออกไปโดยกำหนดเลื่อนจาก ๙-๑๐ มกราคม ๒๕๕๓ เป็น ๑๓-๑๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๓ และเลื่อนวันแถลงข่าวจาก ๑๖-๑๗ ธันวาคม ๒๕๕๒ เป็น ๑๖-๑๗ มกราคม ๒๕๕๓ ทว่าอย่างไรก็ตาม เมื่อผ่านเลยมาจนสิ้นปีแล้วล่วงสู่ปีใหม่ คำตอบในการสนับสนุนที่เป็นรูปธรรมยังไม่เกิดขึ้น ซึ่งเครือข่ายฯ ยากที่จะวางแผนการทำงานภายในท้องถิ่นหรือระดมทุนจากแหล่งอื่นๆ ได้ทันการณ์ ทำให้มีการเข้าพบเจ้ากระทรวงฯ และข้าราชการประจำในส่วนกลางที่รับผิดชอบต่อโครงการนี้ ในวันที่ ๘ มกราคม ๒๕๕๓ และข้าราชการส่วนกลางที่รับผิดชอบนโยบายจากกระทรวงฯ ลงพื้นที่แม่น้ำโขง ณ เชียงของ ในวันที่ ๑๐ มกราคม ๒๕๕๓ ผลการพูดคุยทำให้เห็นว่ามีข้อจำกัดของข้าราชการการเมืองและข้าราชการประจำในส่วนกลางซึ่งทำให้หลักการใหญ่ของโครงการฯ หายไป แปรรูปงานเหลือเพียงการสืบชะตาแม่น้ำโขง และด้วยข้อจำกัดของงบประมาณ ทำให้ทางเครือข่ายฯ ขอพักการทำงานร่วมกับข้าราชการการเมืองและข้าราชการส่วนกลางของกระทรวงฯ ซึ่งลงพื้นที่ และเห็นควรระดมทุนจัดงานกันเองได้ หากมีเพียงพิธีกรรมสืบชะตาแม่น้ำโขง ซึ่งเครือข่ายฯ ได้ดำเนินงานเป็นปกติอยู่แล้ว
อย่างไรก็ดี เจ้ากระทรวงฯ ได้นำโครงการฯ ที่เครือข่ายเสนอผ่านกระทรวงวัฒนธรรม เข้าที่ประชุมครม. ในวันที่ ๑๙ มกราคม ๒๕๕๓ เพื่อขอความเห็นชอบหลักการส่งเสริมโครงการสืบชะตาแม่น้ำโขงเป็นนโยบายระดับชาติ และมอบหมายให้หน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมดำเนินการด้วย ได้แก่ กระทรวงการต่างประเทศ (กต.) กระทรวงมหาดไทย (มท.) กระทรวงคมนาคม (คค.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) และกรมประชาสัมพันธ์ และได้มีการเรียกประชุมข้าราชการส่วนกลางและส่วนท้องถิ่นริมฝั่งโขงของกระทรวงวัฒนธรรม ในวันที่ ๒๑ มกราคม ๒๕๕๓ เพื่อขับเคลื่อนโครงการฯ ที่ดูเหมือนถูกแปลงสารให้เหลือเพียงพิธีกรรมสืบชะตาแม่น้ำโขงใน ๖ จังหวัดชายฝั่งโขง
อย่างไรก็ตาม ส่วนราชการกระทรวงวัฒนธรรมจังหวัดเชียงรายได้ลงพื้นที่ปรึกษากับเครือข่ายอีกครั้งในวันที่ ๒๕ มกราคม ๒๕๕๓ โดยยอมรับหลักการและแผนกิจกรรมของโครงการสืบสานมหกรรมนิเวศวัฒนธรรมสองฝั่งของ ไทย-ลาว ให้เครือข่ายฯ ซึ่งเป็นองค์กรประชาชนที่คิดโครงการอย่างมีส่วนร่วมและพัฒนาโครงการร่วมกันมาในท้องถิ่นสองฝั่งโขงมาสองปีแล้วนำส่งกระทรวงวัฒนธรรม ซึ่งมีการประชุมส่วนราชการในระดับจังหวัดร่วมกับเครือข่ายอีกครั้งในวันที่ ๒๙ มกราคม ๒๕๕๓ โดยได้ข้อสรุปให้ส่วนราชการส่วนกลางและจังหวัดเป็นเพียงองค์กรสนับสนุน ทว่าองค์กรที่จัดงานและขับเคลื่อนโครงการนี้คือ เครือข่ายอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและวัฒนธรรมลุ่มน้ำโขง-ล้านนา ร่วมกับองค์กรส่วนท้องถิ่น ส่วนราชการในท้องถิ่น และองค์กรเอกชนหลายสิบองค์กรตามหลักการและแผนงานโครงการที่นำเสนอไป โดยส่วนราชการระดับจังหวัดและส่วนกลางของกระทรวงวัฒนธรรมจะประชุมร่วมกันอีกครั้งในวันที่ ๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๓
ด้วยเหตุนี้จึงขอเลื่อนการจัดการแถลงข่าวและงานมหกรรมฯ ซึ่งกำหนดไว้ในวันที่ ๑๓ -๑๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๓ ออกไปอีกครั้ง และวันเวลาที่จะเริ่มและดำเนินงานโครงการฯ อย่างชัดเจนจะแถลงอีกครั้งหลัง วันที่ ๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๓ ซึ่งโดยเบื้องต้นกำหนดการไว้ในวันที่ ๙-๑๐ พฤษภาคม ๒๕๕๓
อย่างไรก็ตาม เพื่อให้โอกาสข้าราชการการเมืองและข้าราชการประจำส่วนกลางได้แสดงความชัดเจนที่เป็นรูปธรรมอีกครั้ง ซึ่งในท้ายที่สุดความชัดเจนจะเกิดมีขึ้นหรือไม่ เครือข่ายฯ จะดำเนินการผลักดันโครงการฯ ร่วมกับองค์กรส่วนท้องถิ่น ส่วนราชการในท้องถิ่น และองค์กรเอกชนหลายสิบองค์กรตามกำลังที่มีต่อไป เพราะชะตากรรมของแม่น้ำโขงเป็นชะตากรรมเดียวกันกับคนในชุมชนท้องถิ่นสองฟากฝั่งแม่น้ำโขง
เคารพในธรรมชาติและศรัทธาในความเท่าเทียมกันของมนุษย์
เครือข่ายอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและวัฒนธรรมลุ่มน้ำโขง-ล้านนา
๒๙ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๓
http://www.facebook.com/topic.php?uid=169203379351&topic=11553
สมัครสมาชิก:
ความคิดเห็น (Atom)